วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2563

กลยุทธ์การพัฒนาครูด้านการสอนคิดวิเคราะห์ โรงเรียนมัธยมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8

กลยุทธ์การพัฒนาครูด้านการสอนคิดวิเคราะห์ โรงเรียนมัธยมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8

  • วิศนี ใจฉกาจ
  • จุไรรัตน์ สุดรุ่ง
Keywords: STRATEGIES, TEACHER DEVELOPMENT, ANALYTICAL THINKING

Abstract

     The objectives of this study were to: 1) examine teachers’ current needs for teaching development in analytical thinking, 2) examine teachers’ desirable needs, 3) explore the environmental conditions of this teaching, and 4) propose teacher development strategies as such. The population was comprised of 2,683 teachers under the Secondary Educational Service Area Office, 8,335 of whom were selected as subjects based on stratified sampling and accidental sampling. There were two sets of research tools: a questionnaire and a form assessing the feasibility of the proposed strategy. Frequency distribution, percentage, arithmetic mean, standard deviation, Modified Priority Needs Index (PNI) and content analysis were used to analyze the data.
     The findings revealed that the average current need was ranked high (gif.latex?\bar{x} = 3.88) and the issue of the teaching of analytical thinking was ranked highest (gif.latex?\bar{x} = 9.3). The average desirable need was ranked high (gif.latex?\bar{x} = 4.32) and the issue of the teaching of analytical thinking was ranked high (gif.latex?\bar{x} = 4.35). Based on PNI, the value was at 0.116 and the value of teaching of the relationship of analytical thinking was highest (0.120).
     Regarding teacher development strategies, there were 4 strategies and 16 approaches as follows: 1) teacher training in knowledge related to analytical thinking comprising 5 approaches, 2) teacher training in organizing related activities comprising 4 approaches, 3) teacher training in applying related instructional media, innovations and technology comprising 4 approaches, and 4) teacher training in related assessment comprising 3 approaches.

Downloads

Download data is not yet available.
Published
2019-06-28

รูปแบบการพัฒนาครูประถมศึกษาด้านการโค้ชเพื่อการรู้คิด



รูปแบบการพัฒนาครูประถมศึกษาด้านการโค้ชเพื่อการรู้คิด

Main Article Content

มารุต พัฒผล

Abstract

บทคัดย่อ
               การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการพัฒนาครูประถมศึกษาด้านการโค้ชเพื่อการรู้คิด และ 2) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการพัฒนาครูประถมศึกษาด้านการโค้ชเพื่อการรู้คิด กลุ่มตัวอย่างเป็นครูประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในจังหวัดสุพรรณบุรี ดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ขั้นตอนที่ 2 การยกร่างรูปแบบ ตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้น และทดลองนำร่อง ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 53 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 31 คน และกลุ่มควบคุม 22 คน ที่เลือกมาโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ขั้นตอนที่ 4 การประเมินประสิทธิผลของรูปแบบ เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย 1) แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจ เรื่อง การโค้ชเพื่อการรู้คิด ชนิดเลือกตอบ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.93 2) แบบประเมินความสามารถในการโค้ชเพื่อการรู้คิด ชนิดเกณฑ์การให้คะแนน 4 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 3) แบบทดสอบวัดทักษะการรู้คิดของผู้เรียน ชนิดเลือกตอบ               มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.94 ผลการวิจัยมีดังต่อไปนี้
               1.  ผลการพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูประถมศึกษาด้านการโค้ชเพื่อการรู้คิดมีองค์ประกอบได้แก่1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหาสาระ 4) ขั้นตอน (ขั้นที่ 1 สร้างแรงบันดาลใจ ขั้นที่ 2 ขยายการเรียนรู้ขั้นที่ 3 นำสู่ปฏิบัติ ขั้นที่ 4 จัดให้แลกเปลี่ยน ขั้นที่ 5 เรียนรู้และพัฒนา) 5) การประเมินผล และ 6) ปัจจัยสนับสนุน
               2.  ผลการศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการพัฒนาครูประถมศึกษาด้านการโค้ชเพื่อการรู้คิด พบว่า มีประสิทธิผลตามเกณฑ์ที่กำหนด 4 ประการดังนี้
                    2.1   ค่าเฉลี่ยของคะแนนพัฒนาการความรู้ความเข้าใจเรื่องการโค้ชเพื่อการรู้คิด และค่าเฉลี่ยของคะแนนพัฒนาการความสามารถในการโค้ชเพื่อการรู้คิดของครูกลุ่มทดลองสูงกว่าครูกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01                
                    2.2   ครูกลุ่มทดลองที่ได้รับการพัฒนาโดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูประถมศึกษาด้านการโค้ชเพื่อการรู้คิด มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการโค้ชเพื่อการรู้คิด และมีความสามารถในการโค้ชเพื่อการรู้คิด หลังการใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
                    2.3   ผู้เรียนที่เรียนกับครูกลุ่มทดลอง มีค่าเฉลี่ยของคะแนนพัฒนาการทักษะการรู้คิด สูงกว่าผู้เรียนที่เรียนกับครูกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
                    2.4   ผู้เรียนที่เรียนกับครูกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยของคะแนนทักษะการรู้คิด หลังการใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
คำสำคัญ   การโค้ชเพื่อการรู้คิด , การพัฒนาครู
Abstract
               The objectives of this research were to 1) developed a primary education teacher development model for cognitive coaching and 2) study the effectiveness of a primary education teacher development model for cognitive coaching ability. There are 53 teachers in Suphanburi province were the target group of implementing the model. This research were 4 stages, 1) study based – line data 2) drafting a primary education teacher development model for cognitive coaching ability 3) implementing a model with 31 teachers in experimental group and 22 teachers in control group and  4) evaluating the effectiveness of a model. The instruments were 1) Knowledge and comprehension test in cognitive coaching, reliability was 0.93 2) Scoring rubrics for cognitive coaching ability, reliability was 0.92 and 3) cognitive skill test for students, reliability was 0.94 The results of this research were as follows
               1.  A primary education teacher development model for cognitive coaching composed of 1) principle 2) objectives 3) contents 4) steps of development; there were           5 steps, the first was inspiration, the second was enlarge learning, the third was to practice, the forth was sharing experiences and the fifth was continuous learning and improving 5) evaluation and 6) supporting factors.
               2.  A primary education teacher development model for cognitive coaching was effectiveness according to the 4 criteria, there were
                    2.1   Mean score progress of knowledge and ability in cognitive coaching  of teachers in experimental group was higher than control group statistically significant at the .01 level.
                    2.2   Teachers in the experimental group were higher ability in cognitive coaching after using the model statistically significant at the.01 levels.
                    2.3   Students in experimental group were have progress in cognitive skills higher than control group statistically significant at the .01 level.
                    2.4   Students in experimental group were have  cognitive skills higher than before using the model statistically significant at the .01 level.
               3.  An evaluation the model by experts found that the model have useful and valuable for primary teachers development in very high level.
Key words  Cognitive  Coaching,  Teachers  Development


สภาพการพัฒนาครูเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4

สภาพการพัฒนาครูเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4

ThaSH: ครู
Classification :.DDC: 371.1 อ11ส
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพ เปรียบเทียบ และปัญหาข้อเสนอแนะการพัฒนาครูเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 จำแนกตาม เพศ ประสบการณ์การทำงาน และขนาดของโรงเรียน กลุ่มตัวอย่างใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารและครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 408 คน กำหนดขนาดตามตาราง Krejcie and Morgan ได้มาด้วยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .96 สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า t การทดสอบค่า F และ การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลวิจัยพบว่า 1. สภาพการพัฒนาครูสู่ประชาคมอาเซียนของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก 2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูต่อสภาพการพัฒนาครูสู่ประชาคมอาเซียน โดยจำแนกตาม เพศ ประสบการณ์การทำงาน และขนาดโรงเรียน โดยรวมทุกด้านไม่แตกต่างกัน 3. ปัญหา และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสภาพการพัฒนาครูเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของโรงเรียน พบว่า ครูไม่สามารถใช้ภาษาอาเซียนสำหรับการสื่อสารได้และขาดแคลนงบประมาณ ครูบางกลุ่มสาระไม่สามารถใช้ภาษาอาเซียนในการบูรณาการและสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนในการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ การจัดกิจกรรมบางอย่าง เช่น การส่งเสริมให้ครูได้ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนในอาเซียน การไปทัศนศึกษา การใช้สื่ออินเตอร์เน็ต โรงเรียนขนาดเล็กจะขาดแคลนทั้งบุคลากรและงบประมาณในการดำเนินกิจกรรม โรงเรียนขาดแคลนงบประมาณในการจัดหา จัดซื้อสื่อเทคโนโลยีเกี่ยวกับอาเซียนและโรงเรียนขาดสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยและน่าสนใจ และครูไม่สามารถใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสารกับประเทศอาเซียนอื่นได้ ข้อเสนอแนะ ควรจัดอบรมหรือจัดสรรครูที่มีความสามารถในการใช้ภาษาอาเซียนให้กับโรงเรียน และจัดสรรงบประมาณในการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อาเซียนในโรงเรียน ควรจัดอบรมให้ครูทุกกลุ่มสาระให้มีความเข้าใจและสามารถการใช้ภาษาอาเซียนในการบูรณาการและสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนในการเรียนภาษาต่างประเทศในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ ได้ ควรจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับโรงเรียนขนาดเล็กและสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ นำนักเรียนไปร่วมกิจกรรมกับโรงเรียนในเครือข่าย ควรจัดสรรงบประมาณให้กับทุกโรงเรียนอย่างเพียงพอและสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ กับโรงเรียนอื่นที่มีความพร้อม และควรจัดอบรมการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารให้กับครู และควรจัดให้มีการแลกเปลี่ยนครูระหว่างประเทศอาเซียนเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการใช้ภาษาของครู
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: อุบลราชธานี
Email: info.lib@ubru.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Created: 2560
Modified: 2561-10-27
Issued: 2561
Issued: 2561-09-20
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
Spatial: ไทย
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
RightsAccess:

รูปแบบการพัฒนาครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด

รูปแบบการพัฒนาครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด
A Secondary School Teacher Development Model Under The Jurisdiction Of Roi-Et Secondary Educational Service Area Office

Organization : มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สภาพและความต้องการการพัฒนาของครู โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด 2) พัฒนารูปแบบการพัฒนาของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด และ 3) ประเมินรูปแบบที่พัฒนาขึ้นโดยครู ดำเนินการวิจัย 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์สภาพและความต้องการการพัฒนาของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด ขั้นตอนที่ 2 พัฒนารูปแบบการพัฒนาของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด และขั้นตอนที่ 3 ประเมินรูปแบบการพัฒนาของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยตามขั้นตอนที่ 1 ได้แก่ ครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 336 คน โดยใช้ตารางเครจซีและมอร์แกนเป็นตัวกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างแล้วสุ่มอย่างง่ายให้ได้ตามจำนวน ขั้นตอนที่ 2 เป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 10 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง และขั้นตอนที่ 3 เป็นผู้บริหารและครู จำนวน 40 คน เป็นผู้ประเมินรูปแบบและได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สำหรับขั้นตอนที่ 1 ประเด็นเพื่อพิจารณารูปแบบเป็นเครื่องมือสำหรับการวิจัยในขั้นตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามปลายเปิด เพื่อใช้ในการสนทนากลุ่ม และขั้นตอนที่ 3 ใช้แบบประเมินซึ่งเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการพัฒนาครูในรอบปีการศึกษา 2558-2559 สรุปได้ดังนี้ 1) ครูส่วนมากในปีการศึกษา 2558-2559 ได้รับการพัฒนามากกว่า 2 ครั้ง 2) ความรู้ที่เป็นเนื้อหาที่ครูได้รับการพัฒนาส่วนมากตรงตามความต้องการ 3) วิธีการพัฒนาที่ใช้สำหรับการพัฒนาเป็นอันดับที่ 1 คือ การฝึกอบรม และ 4) ช่วงระยะเวลาที่เข้ารับการพัฒนาเป็นวันเสาร์และอาทิตย์ 2. ความต้องการพัฒนาครู ครูส่วนมากต้องการได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะในการใช้ TCI วันเสาร์-อาทิตย์ เป็นวันที่ต้องการมากที่สุด และส่วนมากต้องการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบงบประมาณสำหรับการพัฒนาครู 3. รูปแบบการพัฒนาของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 องค์ประกอบ คือ 1) กระบวนการพัฒนาครู ประกอบด้วยองค์ประกอบย่อย ได้แก่ การหาความต้องการพัฒนาของครู การวางแผนพัฒนา การปฏิบัติตามแผน และการประเมินการพัฒนา และ 2) วิธีการพัฒนา ประกอบด้วยวิธีการฝึกอบรม การศึกษา ดูงาน การประชุมสัมมนา การประชุมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาต่อ การหมุนเวียนสับเปลี่ยนงาน และการเรียนรู้จากการปฏิบัติ 4. ผลการประเมินรูปแบบพบว่ามีความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ ความเหมาะสมและความถูกต้อง ในภาพรวมและรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด คำสำคัญ: รูปแบบ, การพัฒนาครู
Abstract: This research aimed to 1) determine the situations of secondary school teacher and needs for development; 2) develop a secondary school teacher model under the jurisdiction of Roi-ET Secondary Educational Service Area Office; and 3) evaluate the developed model. The research procedure was divided into 3 phases: Firstly, to determine the situation of secondary school teachers and needs for development; Secondly, to develop a secondary school teacher development model; and Thirdly, to evaluate the developed model. Samples for the first phase were 336 secondary school teachers, 10 experts for the second phase, and samples in the third phase consisted 40 school administrators and teachers. Research instrument for the first phase was a 5-rating scale questionnaire. Open-ended questionnaire was used for data collection in the second phase, and a 5-rating scale questionnaire was used for data collection in the third phase. Data were analyzed by a computer program with percentage, mean, and Standard Deviation. The research results were as following: 1. The secondary school teacher development in the 2015-2016 academic years were: 1) Most of secondary school teachers were developed more than twice times. 2) Development contents were relevant to teacher’s needs. 3) A Training method was the most popular used for teacher development, and 4) Saturday and Sunday were used for secondary school teacher development. 2. Most of secondary school teachers need to develop Knowledge and Skills in using ICT, Saturday and Sunday are suitable for secondary school teacher development, and Roi-ET Secondary Educational Service Area Office should take a responsibility for secondary school teacher development budget. 3. A Secondary school teacher development model composes of two vital components. They were a process of teacher development and methods for teacher development. 4. The developed model was evaluated in terms of feasibility, utility, propriety, and accuracy. The evaluation result as a whole was at the highest level in every aspect. Keywords: Model, Teacher development
มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ. สำนักหอสมุดและสารสนเทศ
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: library@northbkk.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Created: 2561
Modified: 2562-07-21
Issued: 2562-07-21
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
CallNumber: วพ PH.D. อ832ร 2561
tha
Spatial: ร้อยเอ็ด
DegreeName: Doctor of Philosophy
©copyrights มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ

การพัฒนาครูเพื่อคุณภาพของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21



การพัฒนาครูเพื่อคุณภาพของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
Teacher Development for Learners’ Quality in the 21st Century

Abstract: การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อศึกษาสภาพการพัฒนาครูเพื่อคุณภาพผู้เรียน ในศตวรรษที่ ๒๑ ๒) เพื่อศึกษากระบวนการพัฒนาครูเพื่อคุณภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ ๓) เพื่อเสนอการพัฒนาครูเพื่อคุณภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ เป็นรูปแบบผสมวิธี คือ ๑) การวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่าง ๓๔๖ ท่านทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ ๒) การวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วยการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๐ และการจัดสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๐ ท่าน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ๑. สภาพการพัฒนาครูเพื่อคุณภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ พบว่าความเหมาะสมของการพัฒนาครูเพื่อคุณภาพของผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาด้าน พบว่า ด้านที่มีสภาพการพัฒนาอยู่ในระดับมากที่สุด ๓ ด้าน คือ การส่งเสริมและพัฒนาสิทธิครู การผลิตครูให้ได้มาตรฐานเพื่อรองรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ การสร้างมาตรฐานวิชาชีพครูให้เป็นที่ยอมรับ และด้านที่มีสภาพการพัฒนาอยู่ในระดับมาก ๒ ด้าน คือ การพัฒนาครูให้เกิดทักษะการจัดการเรียนรู้เพื่อทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ และการเสริมสร้างประสิทธิภาพการใช้ครู ๒. กระบวนการพัฒนาครูเพื่อคุณภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ ประกอบด้วย ๑) การสร้างมาตรฐานวิชาชีพครูให้เป็นที่ยอมรับ ๒) การผลิตครูให้ได้มาตรฐานเพื่อรองรับการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ ๒๑ ๓) การพัฒนาครูให้เกิดทักษะการจัดการเรียนรู้เพื่อทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ๔) การเสริมสร้างประสิทธิภาพการใช้ครู และ ๕) การส่งเสริมและพัฒนาสิทธิครู ๓. ผู้ทรงคุณวุฒิได้ตรวจสอบการพัฒนาครูเพื่อคุณภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ พบว่า มีความเหมาะสมสามารถนำไปพัฒนาได้จริง โดยมี ๕ องค์ประกอบหลัก ได้แก่ องค์ประกอบที่ ๑ การสร้างมาตรฐานวิชาชีพครูให้เป็นที่ยอมรับ คือ ๑) จัดระบบการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เงินเดือน และวิทยฐานะ ๒) จูงใจให้คนเก่งคนดีเข้าสู่อาชีพครู ๓) ยกย่องและเชิดชูเกียรติครูที่มีผลงานดีเด่น คุณธรรม และจรรยาบรรณ องค์ประกอบที่ ๒ การผลิตครูให้ได้มาตรฐานเพื่อรองรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ คือ ๑) การปฏิรูปครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ให้ทันสมัยกับวิทยาการการเรียนรู้ ๒) ลดการผลิตครูเชิงปริมาณและผลิตครูสาขาขาดแคลน ให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษา องค์ประกอบที่ ๓ การพัฒนาครูให้เกิดทักษะการจัดการเรียนรู้เพื่อทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ คือ ๑) ปฏิรูปวิธีการพัฒนาครูให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ๒) ส่งเสริมความรู้และการพัฒนาครูตามความต้องการ องค์ประกอบที่ ๔ การเสริมสร้างประสิทธิภาพการใช้ครู คือ ๑) เตรียมครูและสนับสนุนการสอนของครูให้มีประสิทธิภาพ ๒) ปฏิรูปห้องเรียน และองค์ประกอบที่ ๕ การส่งเสริมและพัฒนาสิทธิครู คือ ๑) เสริมสร้างสิทธิครู ๒) รักษาและปกป้องสิทธิครู
Abstract: The purposes of this research were; 1) to study the state of teacher development for learners’ quality in the 21st century, 2) to study the teacher development process for learners’ quality in the 21st century, and 3) to propose the teacher development for learners’ quality in the 21st century. The mixed research methodology was used in the study. The quantitative data were collected from 349 samples by questionnaires and analyzed by mean and standard deviation. The qualitative data were collected by in-depth interviews with 10 experts and focus group discussions, and then analyzed by content analysis. The research found that; 1. The appropriateness of teacher development for learners’ quality in the 21st century was at the highest level overall. When considering in aspects, promotion and development of teachers’ rights, producing teachers to meet standard criteria, and establishing recognized professional standards for teachers were at the highest level, while teacher development in learning management skills and enhancing teacher efficiency were at a high level. 2. Teacher development process for learners’ quality in the 21st century consists of: 1) To create the recognized teacher professional standards, 2) To produce teachers to support and meet the learning standards in the 21st century, 3) To develop teachers in learning management skills for 21st century, 4) To strengthen teachers’ efficiency, and 5) To promote and develop the teachers’ rights 3. The appropriateness and applicability of the teacher development for learners’ quality in the 21st century were examined and approved by the experts for actual implementation. There were 5 main components; 1. Recognized teacher professional standards consisted of; 1) To systemize teaching profession license, salary and academic background, 2) To motivate qualified people into the teaching career, 3) To praise and reward teachers with outstanding performance, virtue and good behaviors, 2. Producing teachers to meet learning standards in the 21st century by; 1) Education reform, 2) Reducing the production of teachers in quantity but producing teachers on demand, 3. To develop teachers with learning management skills for the 21st century by; 1) Reforming teacher development methods in accordance with learning in the 21st century, 2) Promoting knowledge and teacher development on demand, 4. Enhancing teacher efficiency by; 1) Preparing teachers and supporting teachers' teaching effectively, 2) Reforming the classroom, and 5. Supporting and developing the teachers’ rights by; 1) Strengthening the teachers’ rights, 2) Maintaining and protecting the teachers’ rights.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. สำนักหอสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: พระนครศรีอยุธยา
Email: boonyong.phi@mcu.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Created: 2561
Modified: 2562-09-14
Issued: 2562-09-14
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลั



QR Code แบบแบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม การประชุมสัมมนาทางวิชาการพัฒนาคน พัฒนางาน พัฒนาทีม ปีการศึกษา 2562

QR Code แบบแบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม  การประชุมสัมมนาทางวิชาการพัฒนาคน  พัฒนางาน  พัฒนาทีม  ปีการศึกษา 2562